การเลือก ปั๊มน้ำสำหรับงานเกษตร (Water Pump for Agriculture) เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ระบบชลประทานในไร่นาและสวนผลไม้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีของ ปั๊มน้ำเกษตร ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากขึ้น ทั้งในด้านแรงดัน ปริมาณน้ำ และความทนทาน เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย เช่น การสูบน้ำจากแม่น้ำ คลอง หรือบ่อบาดาลไปใช้ในระบบท่อส่งน้ำในพื้นที่เพาะปลูก
โดยทั่วไป ปั๊มน้ำที่เหมาะกับงานเกษตร สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ
1. ปั๊มน้ำระบบไฟฟ้า (Electric Motor Pump)
เป็นชนิดที่นิยมใช้มากที่สุดในภาคเกษตรกรรม เพราะใช้งานง่าย ปลอดภัย และมีต้นทุนในการดูแลรักษาต่ำ เหมาะสำหรับไร่นา สวนผัก หรือสวนผลไม้ที่มีแหล่งไฟฟ้าใกล้เคียง
ปั๊มหอยโข่ง (Centrifugal Pump)
เหมาะสำหรับสูบน้ำจากบ่อหรือคลองส่งไปยังพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่
รุ่นแนะนำ:
- Intersigma L-V Series — ส่งน้ำได้ระยะไกล ทนความร้อนได้ถึง 80°C มีให้เลือกหลายขนาดท่อ (3″, 4″, 5″)
- MITSUBISHI WCM Series — แข็งแรง ทนทาน มีทั้งแบบหน้าแปลนและแบบมาตรฐาน สูบน้ำได้ในปริมาณมาก
![]() ปั๊มสูบบาดาล HURRICANE | ![]() ปั๊มสูบบาดาล FRANKLIN |
ปั๊มบาดาล (Submersible Borehole Pump)
เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ไม่มีน้ำผิวดิน เช่น พื้นที่แห้งแล้งหรือในฤดูแล้ง ช่วยดึงน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้ได้อย่างต่อเนื่อง
รุ่นแนะนำ:
- Hurricane — มีหลายแรงม้าให้เลือก ทั้งระบบไฟ 2 สาย และ 3 สาย เหมาะกับเกษตรและงานอุตสาหกรรม
- Franklin 70 LPM (USA) — ประสิทธิภาพสูง มาพร้อมเช็ควาล์ว สายไฟยาว 50 เมตร และกล่องควบคุม (Control Box)
ปั๊มจุ่ม (Submersible Pump)
ปั๊มชนิดนี้จุ่มลงในน้ำได้โดยตรง ใช้ได้ทั้งกับบ่อเลี้ยงสัตว์ บ่อปลา หรือพื้นที่น้ำท่วมขัง เหมาะกับงานสูบน้ำตะกอนหรือน้ำเสียในพื้นที่เกษตร
ปั๊มจุ่ม KIRA NP Series | ปั๊มจุ่ม KIRA 350 Series |
2. ปั๊มน้ำเครื่องยนต์ (Engine Pump)
เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ไม่มีระบบไฟฟ้า หรือใช้งานภาคสนาม ต้องการความคล่องตัวและพกพาสะดวก
รุ่นแนะนำ:
- KOSHIN SEV Series — ปั๊มหอยโข่งขับด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ตัวเรือนผลิตจากอลูมิเนียมหล่อ แข็งแรง น้ำหนักเบา ประหยัดน้ำมัน และบำรุงรักษาง่าย
ปั๊มน้ำเครื่องยนต์ KOSHIN |







































